จะติดตั้งโซล่าเซลล์ต้องเลือกอินเวอร์เตอร์อย่างไร ?
จะติดตั้งโซล่าเซลล์ต้องเลือกอินเวอร์เตอร์ อย่างไร?
หลายๆ ท่านที่ศึกษาระบบโซล่าเซลล์มาแล้วหรืออยู่ในระหว่างค้นคว้า น่าจะรู้หน้าที่ของอินเวอร์เตอร์ในระบบโซล่าเซลล์อยู่แล้วว่า มีหน้าที่แปลงไฟแผงโซล่าเซลล์จากไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้เป็นกระแสสลับ (AC) เพื่อสำหรับใช้ภายในบ้าน โดยระบบที่นิยมและใช้กันมานานคือระบบที่เรียกว่า สตริง อินเวอร์เตอร์ (String Inverter) และระบบที่ค่อนข้างจะใหม่กว่าในตลาดประเทศไทยคือระบบไมโครอินเวอร์เตอร์ (Micro Inverter)
แต่ถ้ากล่าวโดยสรุปก็คือ การเลือกประเภท สตริงอินเวอร์เตอร์ หรือ ไมโครอินเวอร์เตอร์ของระบบโซล่าเซลล์ จะคล้ายกับการเลือกซื้อรถยนต์สันดาปหรือรถยนต์ไฟฟ้า คือไม่ได้มีประเภทใดประเภทหนึ่งดีกว่าอีกประเภทในทุกด้าน แต่เราจะต้องเข้าใจทั้งสตริงอินเวอร์เตอร์และไมโครอินเวอร์เตอร์ก่อนเพื่อที่จะตัดสินใจได้ว่าเราควรเลือกประเภทอินเวอร์เตอร์แบบไหน
ส่วนเนื้อหาในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงอีกมุมมองที่ลงลึกไปมากกว่าประเภทของอินเวอร์เตอร์ เราจะมาพูดถึงอินเวอร์เตอร์แต่ละแบรนด์ว่า เรา ในฐานะผู้บริโภคจะมีมุมมองในการเลือกอินเวอร์เตอร์แต่ละยี่ห้ออย่างไร แต่จะไม่ได้มีการกล่าวชื่อแบรนด์ใดๆ เป็นพิเศษ เนื่องจากบางครั้งแบรนด์เดียวกันแต่ว่าคนละรุ่นก็มีข้อดี/ข้อเสียต่างกันไป เราเลยจะไม่ได้มีการเจาะจงชื่อแบรนด์หรือสินค้า แต่เป็นการแนะนำมุมมองเพื่อให้ทุกท่านได้ไปศึกษาข้อมูลสำหรับ ยี่ห้อและรุ่นอินเวอร์เตอร์ที่แต่ละท่านสนใจด้วยตัวท่านเอง
1.อินเวอร์เตอร์ต้องผ่านการรับรองจากการไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าภูมิภาค
ไม่ว่าจะเป็นสตริงอินเวอร์เตอร์ หรือ ไมโครอินเวอร์เตอร์ อินเวอร์เตอร์ที่ใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่อินเวอร์เตอร์จะต้องผ่านการรับรองจากการไฟฟ้า (นครหลวงหรือภูมิภาค) โดยรายการอินเวอร์เตอร์ที่ผ่านการรับรองจะมีอัพเดทในเว็ปไซต์ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าภูมิภาคอยู่สม่ำเสมอ ทุกท่านสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์เหล่านั้น
การผ่านการับรองจากการไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าภูมิภาคแน่นอนว่าเป็นการรับประกันเรื่องความปลอดภัยและความเข้ากันได้ของอินเวอร์เตอร์กับระบบไฟฟ้าในประเทศไทย รวมถึงมีผลต่อการอนุญาตขายไฟ/ขนานไฟ หากท่านเลือกใช้อินเวอร์เตอร์รุ่นที่ไม่ผ่านการรับรองของการไฟฟ้าในพื้นที่ การขออนุญาตติดตั้งโซล่าเซลล์จะไม่ได้รับการอนุมัติ
2.กำลังในการแปลงไฟ
การเลือกอินเวอร์เตอร์ก็จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับกำลังการผลิตรวมของปริมาณการติดตั้งที่เราต้องการจะใช้งาน หากใช้อินเวอร์เตอร์ขนาดเล็กเกินไปกำลังการผลิตก็จะไม่ได้ตามเป้าหมาย หากเลือกใช้งานขนาดใหญ่เกินไปก็จะเป็นการเพิ่มงบประมาณโดยไม่จำเป็น
อย่างสตริงอินเวอร์เตอร์ (String inverter) จะมีขนาดมาตรฐานที่ติดตั้งตามบ้านเรือนอยู่ที่ 3kWp, 5kWp, 10kWp ถ้าเราต้องการระบบขนาด 10kWp ก็ควรจะเลือกใช้ สตริงอินเวอร์เตอร์ขนาด 10kWp ตรงไปตรงมา
แต่ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Micro inverter) ก็จะมีความซับซ้อนขึ้นมา บางยี่ห้อใช้แบบ 1:1 (ไมโครอินเวอร์เตอร์หนึ่งตัวกับแผงโซล่าเซลล์หนึ่งแผง) บางยี่ห้อใช้แบบ 4:1 (ไมโครอินเวอร์เตอร์ 1 ตัวกับแผงโซล่าเซลล์สี่แผง) ในกรณีนี้ก็ให้ดูประสิทธิภาพในการแปลงไฟโดยรวมของแต่ละไมโครอินเวอร์เตอร์รวมกัน
3. การรับประกัน
การรับประกันเป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญอย่างยิ่ง อินเวอร์เตอร์บางยี่ห้อราคาสูงกว่าแต่ก็มาพร้อมกับการรับประกันที่ยาวนานกว่า หรืออินเวอร์เตอร์บางรุ่นมีการรับประกันเริ่มต้นที่ 5 ปี แต่ก็สามารถเพิ่มเงินเพื่อขยายเวลารับประกันได้เช่นกัน
นอกเหนือจากระยะเวลาการรับประกันแล้วจะต้องตรวจสอบด้วยว่าบริษัทใดเป็นผู้รับการประกันตัวอินเวอร์เตอร์ โดยในข้อนี้อยากให้ทุกท่านเลือกบริษัทที่มีตัวแทนจำหน่ายหรือบริษัทอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จะได้มั่นใจว่าหากมีการเสียเกิดขึ้น การติดต่อสำหรับเคลมสินค้าจะเป็นได้อย่างสะดวก
4. ความเสถียรในการผลิต
ในเรื่องของความเสถียรในการผลิตไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เนื่องจากหากการผลิตไฟฟ้าที่ไม่มีความเสถียร เช่น อินเวอร์เตอร์ติดๆ ดับๆ หรือ มีระบบ Zero Export ที่ไม่มีคุณภาพ ปัจจัยจะทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ลดลงและแน่นอนว่าความคุ้นทุนในการลงทุนก็จะลดลงเช่นเดียวกัน
แต่เรื่องที่น่าเสียดายอย่างมากคือความเสถียรของแต่ละอินเวอร์เตอร์นั้นเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคไม่สามารถรู้ได้ข้อมูลบนกระดาษหรือเอกสารใดๆ ทำให้ยากที่จะประเมินความเสถียรในการผลิตของแต่ละอินเวอร์เตอร์
หากต้องการที่จะเปรียบเทียบความเสถียรของอินเวอร์เตอร์แต่ละแบรนด์ การสอบถามกับผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้งานระบบโซล่าเซลล์ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ว่าจะเป็น คนรู้จักที่ติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ หรือผู้ติดตั้งที่ประสบการณ์ในการติดตั้งโซล่าเซลล์หลากหลายแบรนด์ที่จะสามารถแจ้งข้อดีข้อเสียของแต่ละแบรนด์ได้อย่างตรงไปตรงมา
5.อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ของอินเวอร์เตอร์
เนื่องจากในอนาคตอีก 5 ปี 10 ปี หลายๆ บ้านก็อาจจะมีความจำเป็นต้องอัพเกรดระบบไฟฟ้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นการที่มีรถยนต์ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่เข้ามาก็เป็นไปได้ ดังนั้นการเลือกอินเวอร์เตอร์ที่รองรับอุปกรณ์เสริมสำหรับการอัพเกรดในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงไว้ด้วยเช่นกัน
อินเวอร์เตอร์บางแบรนด์ ไม่สามารถต่อแบตเตอรี่ได้ บางแบรนด์ ไม่สามารถต่อกับ EV Charger ได้ หรือบางแบรนด์มีอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งหมด โดยรายละเอียดเหล่านี้ก็สามารถสอบถามได้กับผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ติดตั้งได้เช่นกัน อุปกรณ์เสริมที่อินเวอร์เตอร์บางแบรนด์รองรับการอัพเกรดได้
พาวเวอร์ออฟติไมเซอร์ สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ระบบ Rapid Shutdown สำหรับเพิ่มความปลอดภัย
แบตเตอรี่ สำหรับการกักเก็บพลังงานใช้ตอนกลางคืน
EV Charger สำหรับการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
การเลือกอุปกรณ์อย่างอินเวอร์เตอร์ นั้นสำคัญและมีผลต่อการผลิตของโซล่าเซลล์เป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าการติดสินใจเลือกโซล่าเซลล์ระบบใดระบบหนึ่งนั้นต้องคิดให้ถี่ถ้วน เนื่องจากเราจะใช้ระบบโซล่าเซลล์นี้ไปอีก 10-20ปี รวมถึงเป็นความปลอดภัยของบ้านเราเองด้วย โดยการติดสินใจนั้นมีหลายๆ ปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การรับรองจากการไฟฟ้า ความสามารถของอุปกรณ์ในการแปลงไฟ ระยะเวลารับประกัน ความเสถียรในการผลิต และฟังก์ชั่นเสริมที่รองรับการอัพเกรดของเทคโนโลยีในอนาคตครับ